โรคและศัตรูยางพารา (rubber)
โรคและศัตรูยางพารา (rubber)
โรคยางพารา ที่พบในประเทศไทยเกิดขึ้นได้ ทุกระยะการเจริญเติบโต และทุกส่วนของต้นยาง (สารทาหน้ายาง ช่วยได้)ความสำคัญทางเศรษฐกิจของโรคขึ้นอยู่กับความแข็งแรงตามธรรมชาติของต้นยางซึ่ง มีสภาพภูมิอากาศและการปฏิบัติดูแลรักษาของเกษตรกรเป็นปัจจัยส่งเสริมหรือ จำกัดโรคยางพาราที่ระบาดในประเทศไทยส่วนใหญ่มีสาเหตุจากเชื้อรา ซึ่งสามารถจำแนกตามส่วนต่างๆของต้นยางที่ถูกเชื้อเข้าทำลาย ได้แก่ โรคใบ โรคกิ่งก้านและลำต้น และโรคราก<สารทาหน้ายาง>
![]() |
||||||||||||
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา ลักษณะอาการ ใบอ่อนร่วง ใบที่ไม่ร่วง แผ่นใบจะมีแผลขนาดไม่แน่นอนมีปุย เชื้อราสีขาวเทาปกคลุมอยู่ ต่อมาแผลจะเป็นรอยด่าง สีเหลืองซีดและกลายเป็นสีน้ำตาล ดอกยางมีปุย เชื้อราปกคลุมก่อนที่จะดำ แล้วร่วง การแพร่ระบาด ระบาดมากในพื้นที่ที่สภาพแวดล้อมกลางวันร้อน กลางคืนเย็นและชื้น ตอนเช้ามีหมอก พบในช่วงที่ต้นยางผลิใบใหม่ การป้องกันกำจัด ปลูกยางพันธุ์ต้านทานโรค หากระบาดฉีดพ่นด้วยสารเคมี | ||||||||||||
![]() |
![]() |
||||||||||
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporiodes (Penz.) Sacc. ลักษณะอาการ ใบอ่อนที่ถูกเชื้อเข้าทำลาย ปลายใบจะบิดงอ เหี่ยวเน่าดำและหลุดล่วง ในระยะใบเพสลาด ใบบางส่วนอาจบิดงอและ พบจุดแผลสีน้ำตาล ขอบแผลสีเหลือง ขนาดประมาณ 1-2 มม. เมื่อใบมีอายุมากขึ้น เนื้อตรงกลางแผลอาจทะลุเป็นรู ถ้าระบาดรุนแรงอาจพบแผลบนกิ่งอ่อนหรือยอดอ่อน และทำให้เกิดอาการตายจากยอดได้ การแพร่ระบาด ระบาดรุนแรงกับยางที่แตกใบอ่อน ในช่วงที่ฝนตกชุก ความชื้นสูง เชื้อแพร่ระบาดโดยน้ำฝน ลมและแมลง พืชอาศัย ส้ม กล้วย มะละกอ ชา กาแฟ โกโก้ อาโวกาโด การป้องกัน ต้นยางที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี ใช้สารเคมีพ่นบนใบยางเมื่อเริ่มพบการระบาด | |||||||||||
![]() |
![]() |
||||||||||
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Corynespora cassiicola (Burk. & Curt.) Wei. ลักษณะอาการ ใบอ่อนแสดงอาการเป็นแผลจุดกลม ขอบแผลสีน้ำตาลดำ กลางแผลสีซีดหรือเทา ถ้ารุนแรงใบจะบิดงอและร่วง ระยะใบ เพสลาดแผลจะกลมทึบสีน้ำตาลหรือดำ ขอบแผลสีเหลืองและขยายลุกลามเข้าไปตามเส้นใบ ทำให้แผลมีลักษณะคล้ายก้างปลา เนื้อเยื่อบริเวณรอยแผลมีสีเหลืองถึงน้ำตาลและใบร่วงในที่สุด ถ้าเชื้อเข้าทำลายส่วนของก้านใบ กิ่งแขนงและลำต้นที่ เป็นสีเขียว จะเป็นแผลสีดำมีลักษณะยาวรี เนื้อเยื่อตรงกลางแผลบุ๋มลง ถ้าอากาศเหมาะสมจะขยายขนาดและ ลุกลาม ทำให้กิ่งหรือยอดที่เป็นโรคแห้งตาย การแพร่ระบาด เชื้อราแพร่ระบาดโดยลมและฝน โรคระบาดรุนแรงในสภาพอากาศร้อนและมีความชื้นสูง พืชอาศัย มีมากกว่า 80 ชนิด ยกตัวอย่างเช่น งา ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฝ้าย ยาสูบ มะละกอ แตงโม มะเขือเทศ ผักกาดหอม สะระแหน่ ฟักเขียว หญ้ายาง และพืชคลุมตระกูลถั่ว การป้องกันกำจัด 1. ไม่ควรปลูกพืชอาศัยของเชื้อราเป็นพืชแซมยาง 2. ต้นยางที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี ใช้สารเคมีพ่นพุ่มใบเมื่อเริ่มพบอาการของโรค | |||||||||||
![]() |
|||||||||||
|
สาเหตุ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนแต่มีรายงานว่าเป็นความผิดปกติทางสรีรวิทยาของต้นยางที่ถูกชักนำโดยหลายปัจจัย อาทิ การใช้ระบบกรีดหักโหม การใช้สารเคมีเร่งน้ำยาง ความผิดปกติของพันธุ์ และสภาพแวดล้อม ลักษณะอาการ น้ำยางจางลง หลังกรีดแล้วน้ำยางแห้งเป็นจุดๆ และยกออกจากกันเป็นชั้นๆ ถ้ายังกรีดต่อเปลือกยางจะแห้งสนิท เปลือกใต้รอยกรีดแตก ขยายบริเวณจนถึงพื้นดินและหลุดออก การป้องกันและแก้ไข 1. หากเริ่มแสดงอาการให้หยุดกรีดทันที อย่างน้อย 6-12 เดือน หรือจนกว่าน้ำยางจะไหลเป็นปกติ 2. ใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยางตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยางปีละ 2 ครั้ง 3. ใช้ระบบกรีดให้เหมาะสมกับพันธุ์ยางและไม่กรีดหักโหมติดต่อกันนานๆ 4. ไม่ควรใช้สารเคมีเร่งน้ำยางสำหรับสวนยางที่พบอาการเปลือกแห้ง |








แสดงความคิดเห็น
กรุณากรอกรายการสินค้าและจำนวนสินค้าที่คุณต้องการ พร้อมทั้งชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ....ทางเราจะรีบดำเนินการในทันที